วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เคล็ดไม่ลับ วิธีการรักษายืดอายุ Flash Drive

    หลายท่านเวลาใช้ Flash Drive ก็เพียงเสียบเข้าไปในช่อง USB เลย แต่ปัญหา มันอยู่ตรงนี้ เมื่อหลายท่านเลิกใช้แล้ว ก็จะต้องไปคลิกยกเลิกการเชื่อมต่อที่ทาสก์บาร์ Safely Remove Hardware และก็มีหลายท่านที่ไม่ทำตามวิธีดังกล่าว
    เมื่อเลิกใช้ก็ดึง Flash Drive ออกเลยทันที หากทำแบบนี้โดยไม่มีการเซ็ตค่าอะไร Flash Drive ของผู้ใช้งานก็อาจจะจากเราไปก่อนวัยอันควรได้ แต่ ก็มีวิธีแนะนำมาฝากในการเซ็ตค่ากันนะครับ
    1. เริ่มจากเปิด My computer และไปคลิกขวาที่ไอคอนของ Flash Drive  และเลือก Properties จากนั้นไปเลือกที่ Tab Hardware ดังรูป จะเกิดกรอบใหม่ขึ้นมา

Description

      2. จากนั้นมองหาชื่อ Flash Drive  ของผู้ใช้งานที่มีอยู่ และดับเบิลคลิกจะเกิดกรอบใหม่ขึ้นมาครับ จากนั้นเลือกไปที่แท็บ Policies เมื่อเข้าสู่กรอบนี้จะมี Option ให้ปรับแต่งได้อยู่ 2 หัวข้อ

Description

     3. ในหัวข้อ Write caching and Safe Removal จะมีหัวข้อให้ปรับแต่ง โดยในหัวข้อแรก Optimize for quick removal ให้เซ็ตไว้ที่ตัวนี้ เพราะจะทำให้ทุกครั้งที่ใช้ Flash Drive สามารถถอดเข้าถอดออกได้โดยไม่ต้องไปคลิกที่ Safely remove hardware ตรงบริเวณ ทาสก์บาร์ และใน option ส่วนล่างนั้น จะเป็นแบบเดิมที่ต้องไปคลิกที่ทาสก์บาร์
      เพียงเท่านี้เมื่อเวลาจะใช้ Flash Drive ครั้งต่อไป เมื่อต้องการจะถอด Flash Drive  ก็ทำได้ทันที Flash Drive  ของเพื่อนๆก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกยาวนาน โดยที่ไม่จากไปก่อนวัยอันควร                                                                                                                                                                                   ขอบคุณข้อมูลจาก ccs.sut.ac.th
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ประโยชน์ของ Flash Drive สำหรับธุรกิจและองค์กร

             




              สำหรับธุรกิจและองค์กร  Flash Drive  สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Increase Productivity and Efficiency) หรือแม้แต่นำมาใช้เป็นของชำร่วย ของพรีเมี่ยม Corporate Gift ในโอกาสต่างๆ ที่ผู้รับจะยินดีที่ได้รับและนำไปใช้งานได้จริง

              ประโยชน์การใช้งานที่  Flash Drive สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าและประโยชน์ให้กับธุรกิจและองค์กรของคุณ มีมากมายหลายด้าน คุณสามารถนำมาใช้และเห็นผลได้ในทันทีสำหรับธุรกิจของคุณ
             • ใช้  Flash Drive เป็นของขวัญ พรีเมี่ยม สำหรับลูกค้าองค์กรในโอกาสต่างๆ (Corporate Gift Premium) ผู้รับจะดีใจ และยินดีที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง แตกต่างจากของพรีเมี่ยม ของชำร่วยอื่น ที่ผู้รับได้แต่วางเก็บไว้เฉยๆ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือในการย้ำเตือนแบรนด์ Brand Reminder อยู่ตลอดเวลาทุกครั้งที่นำไปใช้งาน เพราะจะมีโลโก้บริษัทคุณอยู่บนตัว  Flash Drive
             • ใช้  Flash Drive ทำโปรโมชั่นการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้า (Promotional Tool) แจกเป็นของรางวัล ในการทำโปรโมชั่นแคมเปญต่างๆ ซึ่งหลังจากลูกค้าได้รับของรางวัลไปแล้ว ของรางวัลตัวนี้ยังช่วยสร้างแบรนด์ และย้ำเตือนแบรนด์ของคุณได้อีกด้วย ถือว่าได้ประโยชน์คุ้มค่า 2 ต่อ
             • ใช้  Flash Drive เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Increase Productivity) ทำให้พนักงานสามารถนำงานไปทำได้ ที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นหรือสถานที่อื่น (ทั้งที่ทำงาน, ที่บ้าน, บนโน๊ตบุ๊ค, และทุกที่ที่มีคอมพิวเตอร์)
            • ใช้  Flash Drive เพิ่มความสะดวกและยืดหยุ่นในการทำงาน (Increase Convenience and Flexibility) ไม่มีอุปกรณ์เก็บข้อมูลชนิดอื่น ที่สามารถนำมาใช้งานได้ทันที รวดเร็ว และสะดวกเหมือนกับ  Flash Drive  คุณสามารถอ่าน/เขียน/ลบ/เซฟ งานได้ทันที อีกทั้งยังมีขนาดเล็กและเบาพกพาได้สะดวก
            • ใช้  Flash Drive เพิ่มความคลอบคลุมในการใช้งานข้ามระบบ (Increase Compatibility) สามารถใช้บันทึก และย้ายไฟล์ข้ามระบบคอมพิวเตอร์ (Windows, Linux, Mac OS)
            • ใช้  Flash Drive เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล (Increase Data Security) ป้องกันข้อมูลสำคัญด้วย Password และการเข้ารหัสข้อมูล Data Encryption
            • ใช้  Flash Drive เพิ่มความปลอดภัยในการควบคุมการใช้คอมพิวเตอร์ โดยไม่ได้รับอนุญาติ (Increase Computer Access Security) สามารถใช้เป็นกุญแจดิจิตอล Digital Key เพื่อล๊อคคอมพิวเตอร์ของคุณเมื่อคุณไม่อยู่
            • ใช้  Flash Drive ในการพรีเซ็นงานให้ลูกค้า สร้างความแตกต่างและความโดดเด่น (Innovative Presentation Tool) เก็บไฟล์งานพรีเซ็นเตชั่นสไลด์ ไว้เพื่อเปิดที่คอมพิวเตอร์ไหนก็ได้ หรือยามจำเป็นที่มีโอกาสที่คาดไม่ถึง จะได้สามารถพรีเซ็นได้ที่คอมพิวเตอร์ของลูกค้าทันที
            • ใช้  Flash Drive เป็นเครื่องมือในการขายและการสร้างแบรนด์ ที่โดดเด่นและแตกต่าง (Innovative Sales & Branding Tool) แจกให้ลูกค้า  Flash Drive  เซฟไฟล์พรีเซ็นเตชั่นสไลด์ หรือ Company Profile เพื่อให้ลูกค้านำไปดูได้เอง เป็นการสร้างแบรนด์แบบแหวกแนว สร้างสรรค์ และแตกต่าง เพราะบนตัว  Flash Drive  ก็จะมีโลโก้ของบริษัทคุณอยู่ ทำให้เกิดการย้ำเตือนแบรนด์ อีกทั้งยังสร้างภาพพจน์ Brand Image ของธุรกิจคุณว่าเป็นบริษัทสมัยใหม่ ที่มีการนำเทคโนโลยี IT มาผสมผสานในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและนำหน้าคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา
           • ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุน (Great Return On Investment) ด้วยราคาที่คุ้มค่า เทียบกับประโยชน์การใช้งาน, ความคงทน, และผลบวกที่ได้จากการใช้  Flash Drive  อุปกรณ์ IT ชิ้นนี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง สำหรับธุรกิจและองค์กรที่ต้องการเป็นผู้นำและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage)

ขอบคุณข้อมูลจาก webthaidd.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่  http://www.eastern-venice.com

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิธีฆ่าไวรัสในแฟลชไดร์ฟ

         ในปัจจุบันนี้เราคงปฎิเธสไม่ได้ว่า Flash Drive เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งไปแล้ว ซึ่งหลายคนก็ต้องมีพกติดตัวตลอดเวลา พอๆกับการพกโทรศัพท์มือถือ เพราะมันสามารถบันทึกข้อมูลได้เยอะแยะไปหมด ทำให้เราใช้งานง่าย เมื่ออยากได้ข้อมูลที่เครื่องโน้น เครื่องนี้ก็สามรถเสียบแล้วดึงข้อมูลมาได้เลย ซึ่งการกระทำแบบนี้ๆแหละที่ทำให้เจ้าไวรัสตัวร้ายตัวนี้แพร่กระจายไปอย่างง่ายดายหรือเกิน เราจึงต้องหาวิธีการกำจัดเจ้าตัววายร้ายตัวนี้ ก่อนที่มันจะมาทำลายข้อมูลในเครื่องของเรา

ก่อนที่เราจะกำจัดไวรัสตัวร้ายตัวนี้ไปจากเราได้นั้น เราก็ต้องรู้ก่อนว่าFlash Driveที่เราใช้งานมันทุกวี่ทุกวันนี้ได้ติดไวรัสมาหรือไม่ ขั้นแรกให้ตรวจเช็คFlash Drive ตามวิธีต่อไปนี้
  1. กด Shift ค้างขณะเสียบFlash Driveประมาณ 10 วินาที
  2. Double Click ที่ My computer
  3. คลิกขวาที่Flash Driveถ้าปรากฎคำว่า Open อยู่บนสุด แสดงว่า Flash Driveไม่มีไวรัส แต่ถ้าปรากฎคำว่า Auto Play อยู่บนสุดแสดงว่ามีไวรัส หรือ  Double Click  ที่Flash Drive แล้วปรากฎคำว่า Open with ก็แสดงว่ามีไวรัสอยู่เช่นเดียวกัน
 
เมื่อเราได้ตรวจเช็คFlash Driveแล้ว ปรากฎว่าFlash Driveนั้นมีไวรัส เรามีวิธีฆ่าไวรัสแบบง่ายๆที่ใครก็สามารถทำได้มาฝากกันดังนี้
  1. Double Click เพื่อเปิด My computer ขึ้นมา
  2. Double Click เพื่อเปิด USB Drive
  3. คลิกเลือก Tools
  4. คลิกเลือก Folder Options
  5. เลือก View
  6. คลิกเลือก Show hidden files and folders
  7. คลิกที่ปุ่ม Hide extensions for known file types เพื่อทำการเลือกออก
  8. คลิกที่ปุ่ม Hide protected operating system files เพื่อทำการเลือกออก  กด Apply แล้วกด OK (จะปรากฎ Folder เป็นเงา ๆขึ้น (นั่นคือไวรัส))
  9. คลิกเลือก Recycled system Volume information Autorlin.inf msvcr71.dll (Folder ไวรัสจะปรากฎขึ้น)
  10. กด Delete เพื่อฆ่าไวรัส
  11. ขั้นสุดท้ายนี้คือการตรวจFlash Driveอีกครั้ง  ว่าไวรัสได้หายไปหรือไม่
 
         ข้อควรระวัง ในการใช้งานFlash Drive คือ เราต้องหมั่นอัพเดทโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเสมอ เพื่อเป็นการปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา และเราไม่ควรใช้Flash Driveร่วมกับคนอื่น ถ้าจำเป็นก็ให้ขยันสแกนไวรัส โดยไม่ปล่อยให้มันลุกลาม และมีอาการหนัก  เราขอแนะนำโปรแกรมจัดการกับไวรัส ดังนี้
o      Trend Micro Sysclean Package
o      avast! Virus Cleaner Tool
o      Cureit Scaner for Windows
o      Ad-Aware SE Professional Build 1.06r1
o      ClamWin Free Antivirus Version 0.93.1
o      RemoveIT Pro v4 – SE
เพียงเท่านี้ เราก็ใช้ Flash Drive อย่างสะบายใจได้แล้ว โดยไม่ต้องคอยระแวงว่า Flash Driveและคอมพิวเตอร์ของคุณจะโดนไวรัสอีกต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก teen.mthai.com
และติดตามเรื่องราวของได้ที่ http://www.eastern-venice.com

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

5 วิธีดูแลรักษาแฟลชไดร์สุดรัก

           


              ภัยที่เกิดขึ้นกับ Flash Drive โดยรวมๆ คือ 
Flash Drive สูญหาย Flash Drive เสียหายเพราะโดนไวรัส การถูกดูข้อมูลสำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อมูลใน Flash Drive สูญหาย วิธีแก้ไขคือ

1. เก็บไว้ใกล้ตัว-ไม่ต้องกลัวหาย
               นับวัน  Flash Drive  จะมีขนาดเล็กลง และหายง่ายมาก (ถูกขโมยก็ง่ายด้วย) มีไม่น้อยที่มักจะหลงลืมไว้ตามที่ต่างๆ เวลาหยิบออกมาวาง หรือแม้แต่ติดไปกับเครื่องคอมพ์ชาวบ้านเพราะลืมขอคืน บางคนชอบคล้องไว้กับกุญแจ ซึ่งเป็นของที่ชอบทำหายอันดับต้นๆ
               วิธีน่าสนใจที่สุดคือ เลือก Flash Drive รุ่นที่มีสายคล้องคอไว้ แม้จะดูไม่สวยงามเท่าไร แต่มันลดโอกาสทำหาย และถูกขโมยได้เกือบ 100% อีกนิดนึง ควรเลือกรุ่นที่สายต่ออยู่กับตัวแฟลชไดร์ หลีกเลี่ยงการเลือกใช้รุ่นที่สายคล้องคอผูกกับฝาครอบ

2. ระวังไวรัส
               ต้องถือเป็นข้อควรระวังในการใช้งาน Flash Drive อันดับต้นๆ เพราะโดยพื้นฐานแล้วFlash Drive  จะมีลักษณะการใช้งานเหมือนกับฟลอปปี้ดิสก์ ซึ่งนั่นหมายความว่า ไวรัสสามารถใช้  Flash Drive  เป็นสื่อพาหะสำหรับการแพร่กระจายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเวลาใช้งานแฟลชไดร์คุณควรแน่ใจก่อนว่า เป็นการถ่ายโอนเฉพาะไฟล์ข้อมูลเท่านั้น (ไม่ได้ติดไวรัสมาด้วย)
               ประเด็นที่สำคัญก็คือ ควรแน่ใจว่าคุณกำลังเชื่อมต่อ  Flash Drive  กับคอมพิวเตอร์ที่รันซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสที่ได้รับการอัพเดตสม่ำเสมอ และในกรณีที่คอมพ์ของคุณรันแอนตี้ไวรัส เวลาต่อกับ  Flash Drive  ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสในเครื่องคอมพ์จะสแกนแฟลชไดร์ให้ด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่แน่ใจ  Flash Drive  ที่รับมา ก็ไม่ควรเชื่อมต่อเข้ากับคอมพ์ของคุณเด็ดขาด

3. เข้ารหัสข้อมูล เพื่อรักษาความลับ
               ถ้าหาก  Flash Drive  ของคุณหาย นั่นหมายความข้อมูลของคุณตกไปอยู่ในมือของผู้ที่พบมันด้วย และถ้าหากคนผู้นั้นบังเอิญเป็นคู่แข่งคุณโดยตรง อะไรจะเกิดขึ้น ดังนั้น หากคุณใช้แฟลชไดร์เก็บข้อมูลสำคัญ การเข้ารหัสข้อมูลดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้
               การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) จะทำให้ข้อมูลเปิดอ่านไม่รู้เรื่องจนกว่าจะได้รับพาสเวิร์ดที่ถูกต้อง ซึ่งควรเลือกเข้ารหัสที่ระดับ 128 บิต เพื่อความปลอดภัย แฟลชไดร์รุ่นใหม่ๆ จะมาพร้อมกับคุณสมบัติการเข้ารหัสข้อมูลมาด้วย แต่อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจนะว่า ซอฟต์แวร์ที่ให้มาไม่ใช่รุ่นทดลอง เพราะไม่เช่นนั้น คุณอาจจะต้องจ่ายตังค์ค่าซอฟต์แวร์ในภายหลัง

4. สำรองข้อมูลให้เป็นนิสัย
               ไม่ปฏิเสธครับว่า เวลาแฟลชไดร์หาย เราคงรู้สึกไม่ดีแน่นอน แม้ข้อมูลที่อยู่ในนั้นจะได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสไว้แล้วก็ตาม แหม...ก็มันต้องเสียเงินอีกแล้วน่ะสิ แต่มันคงรู้สึกเจ็บใจเป็นสองเท่า หากข้อมูลที่อยู่ในนั้นเราไม่เคยได้ทำแบ็กอัพสำรองเอาไว้เลย
               ดังนั้น วิธีที่สุดคือ แนะนำให้คุณสำรองแฟลชไดร์ไว้สักสองสามก๊อปปี้ เพราะนอกจากพวกมันจะหายง่ายแล้ว ยังเสียง่ายอีกด้วย เนื่องจากแฟลชไดร์ส่วนใหญ่จะใช้กรอบเป็นพลาสติก ซึ่งแตกหักได้ง่าย

5. ถอดแฟลชไดร์ออกจากเครื่องอย่างถูกต้อง
                 ก่อนที่คุณจะดึง  Flash Drive  ออกจากพอร์ตยูเอสบีบนคอมพิวเตอร์ ให้คุณปิดโปรแกรมทุกตัวที่มีการเข้าถึงไฟล์ต่างๆบน  Flash Drive  เสียก่อน จากนั้นคลิกไอคอน Safely Remove Hardware (ที่มีลูกศรสีเขียวปรากฎอยู่ในมุมล่างขวาบนทาสก์บาร์) แล้วคลิกเลือก  Flash Drive ที่ปรากฏอยู่ในรายการ
                  เมื่อคลิกเลือกยูเอสบีไดรฟ์ที่ต้องการเอาออกแล้ว จะได้รับข้อความแจ้งขึ้นมาว่า “Safe To Remove Hardware” แปลว่า สามารถดึงแฟลชไดร์ออกจากระบบได้อย่างปลอดภัย
                   หลายเสียงยืนยันว่า หากถอด Flash Drive จากเครื่องปุบปับโดยไม่มีการทำตามขั้นตอนนี้ แฟลชไดร์เจ๊งมานักต่อนักแล้วนะ

ขอบคุณข้อมูลจาก nkphc.com/
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่  http://www.eastern-venice.com/

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การเลือกซื้อ flash drive

           

            วันนี้เราเก็บเรื่องราวการเลือกซื้อ Flash Drive มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

ตัวบอดี้ และการออกแบบในส่วนต่างๆของ 
Flash Drive 
              ต้องให้ความสำคัญกันหน่อย เพราะอาจ ไม่สามารถเสียบเข้ากับ USB พอร์ตได้ เพราะหากมันอ้วนเกินไป เวลาเสี่ยบ อาจไปติดกับสายเมาส์ หรือสายคีย์บอร์ด
              ดังนั้นการพิจารณาในเรื่องของการออกแบบ 
Flash Drive  นี้โดยต้องดูกันตั้งแต่วัสดุที่ใช้กันเลยส่วนใหญ่จะเป็นพลาสติกนั่นแหละ บางยี่ห้อก็ดีหน่อยบีบๆ แล้วรู้สึกแข็งดี บางยี่ห้อบีบแล้วมันงอๆ ได้ แต่ก็ราคาถูกกว่า นอกจากนี้ตรงอินเทอร์เฟส (หัวเชื่อมต่อ)ของไดรฟ์มีวัสดุที่ปิดเอาไว้หรือไม่ บางยี่ห้อก็มีให้เป็นพลาสติกใสๆ บางยี่ห้อก็จะเป็นสีเดียวกับตัวไดรฟ์เลย ควรดูด้วยครับว่า ปิดแน่นสนิท หรือว่าหลุดง่ายหรือไม่ ฝาปิดตรงนี้ค่อนข้างสำคัญครับ เพราะถ้าคุณสังเกตให้ดีตรงหัวสำหรับเชื่อมต่อ มันจะมีร่องอยู่ด้านในด้วย ถ้าอะไรหลุดเข้าไปติดคงสร้างความเสียหายให้กับไดรฟ์ได้ไม่น้อย เผลอๆ จะลามไปถึงเจ้าพีซี หรือโน้ตบุ๊กที่คุณใช้อยู่ด้วยครับ ซึ่งมีหลายๆ ยี่ห้อ เขาก็ออกแบบฝาปิดแบบ ให้หายได้ยากหน่อย คือ มีจุดเชื่อมกับตัวไดรฟ์เอาไว้เลย ป้องกันการหายได้
ส่วนตัวแล้วขอเป็นพลาสติกดีกว่า เพราะเคยเจอของเพื่อนท่านหนึ่งไฟมันรั่ว
USB 1.1 หรือ USB 2.0
              การเชื่อมต่อแบบ USB ของ 
Flash Drive  ณ วันนี้จะแบ่งออกเป็น 2 เวอร์ชัน  ซึ่งผู้ใช้หลายๆ ท่านมักจะมองข้ามไปเสมอบางท่านก็ไม่ได้สนใจเลยว่ามันจะคืออะไร
              การเชื่อมต่อผ่าน USB 1.1 จะทำได้ที่ความเร็ว 12 เมกะบิตต่อวินาที
ส่วน USB 2.0 ทำความเร็วได้มากถึง 480 เมกะบิตต่อวินาที (คำนวณออกมาแล้ว USB 2.0 จะเร็วกว่าถึง 40 เท่า)
ถ้าเครื่องท่านใช้ 1.1 ก็เอา 2.0 มาเสียบได้เหมือนกัน แต่ความเร็วมันก็จะแค่ 1.1 ดังนั้นสรุปว่าอันใหนก็ได้ เครื่องทุกวันนี้เป็น 2.0 หมดแล้ว
             ไดรเวอร์ และระบบปฏิบัติการที่รองรับ Flash Drive   ความสะดวกของไดรฟ์ประเภทนี้ก็คือ เสียบกับพอร์ต USB แล้วสามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องมาติดตั้งไดรเวอร์ให้เสียเวลา ซึ่งระบบปฏิบัติการที่รองรับกับ Flash Drive แบบเสียบแล้วใช้งานได้เลยมีอยู่หลายๆ ตัวด้วยกัน  เช่น Windows ME/2000/XP, Mac. OS 8.6 , Linux Kernel 2.4.0 เป็นต้น  ส่วนคนที่ใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าๆ อย่าง Windows 98 , 98SE จำพวกนี้ต้องติดตั้งไดรเวอร์กันก่อน ใครใช้ระบบปฏิบัติการเก่าๆ อาจจะไม่สะดวกนัก แต่ก็ยังมีทางเลือกถ้าหากอยากใช้ Flash Drive สำหรับไดรเวอร์ที่มีมาให้ก็มักจะแถมมากับตัวไดรฟ์นั่นแหละครับ แต่ปัจจุบัน OS ใหม่ ๆ  ก็จะรู้จัก Drive พวกนี้กันแทบทั้งนั้นแล้วล่ะครับ
ส่วนใหญ่ที่ไปเดินดูนี่ส่วนใหญ่ xp/vista/7 ขึ้นไป ยังไม่เจอ usb 2.0 ที่สนับสนุน ME เลย
              การป้องกันการเขียน  ปัจจุบัน มีน้อยมากที่จะมีมาให้ครับ(สงสัยจะลดต้นทุน) ขนาดมันก็จะเล็กๆ หน้าที่ของมันก็คือ ป้องกันการลบและใส่ข้อมูลลงไปใน Flash Drive  ปุ่มนี้สำคัญกับคนที่มักจะหลงลืมชอบลบนั่นลบนี้เป็นประจำ แต่อย่าลืมเลื่อนปุ่มไปในตำแหน่งป้องกันการเขียนก็แล้วกัน มิเช่นนั้น อะไรก็ช่วยคุณไม่ได้  และที่สำคัญ ก็คือจะช่วยป้องกันไวรัส เข้ามาที่ Flash Drive  ของคุณเวลาไปเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์แปลกหน้า(เวลาไปส่งงาน หรือนำเสนอ)  สำหรับปุ่มนี้ เนื่องจากมันมีขนาดเล็ก อาจจะไม่ค่อยสะดวกต่อการใช้งานมากนัก และอาจจะเลื่อนค่อนข้างลำบาก แต่บางยี่ห้อเขาทำมาก็ค่อนข้างใช้ได้เลยครับ ตำแหน่งมันพอเหมาะพอดี และเลื่อนไปมาได้สะดวก ยังไงลองไปเลื่อนดู  แต่อย่าเลื่อนแรงหล่ะ มันหักง่าย
ไม่อยู่ในความคิดเลยแม้แต่น้อย
               ไฟแสดงสถานะการทำงานไฟนี้จะคอยแสดงการทำงานของตัวFlash Drive ให้ทราบ เช่น เมื่อเราเชื่อมต่อเข้ากับพีซีแล้วไฟแสดงสถานะจะติดสว่าง และถ้ามีการอ่าน-เขียนข้อมูลไฟแสดงสถานะก็จะกระพริบ แต่ละยี่ห้อก็จะใช้ไฟแสดงสถานะนี้สีต่างๆ กันไป โดยประโยชน์หลักๆ จากไฟตัวนี้ ทำให้เราทราบว่าไดรฟ์สามารถทำงานได้อย่างปกติทั้งการเชื่อมต่อการอ่าน-เขียน ถึงแม้ว่าเราจะถูกจากหน้าจอได้ แต่ถ้าดูที่ไดรฟ์ได้ด้วยก็จะดีกว่า
อันนี้ต้องใช้เพราะจะได้รู้ว่า มันใช้งานได้หรือเปล่า
                ฟีเจอร์เสริมเพิ่มเติมอื่นๆ   สำหรับฟีเจอร์ที่ผู้ผลิตหลายรายใส่เพิ่มเติมเข้ามา ก็มีหลายๆ อย่างด้วยกันครับ อย่างเช่น ตัว Flash Drive สามารถบูตเครื่องไดรฟ์ ระบบเข้ารหัสข้อมูล ระบบป้องกันข้อมูลด้วยรหัสผ่าน เป็นต้น ซึ่งความสามารถต่างๆ เหล่านี้  มีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะแฟลชไดรฟ์ที่สามารถบูตเครื่องได้ เพราะบางครั้งระบบปฏิบัติการในเครื่องอาจจะมีปัญหา การที่บูตเครื่องได้ ก็ยังสามารถเข้าสู่ฮาร์ดดิสก์เพื่อดึงข้อมูลออกมาใช้งานได้ในกรณี ที่เร่งด่วนจำเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่มีข้อมูลๆ สำคัญๆ การป้องกันด้วยรหัสผ่านอาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้นการเข้ารหัสข้อมูลจะเป็นทางเลือกที่ทางที่จะป้องกันข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุดครับ ยังไงฟีเจอร์ต่างๆ เหล่านี้ เขาใส่มากับตัวไดรฟ์อยู่แล้ว แถมบางรุ่นราคาก็ยังเท่ากับไดรฟ์ที่ไม่มีฟีเจอร์เหล่านี้
                ซอฟต์แวร์ยูทิลีตี้นอกจากไดรเวอร์ที่มีมาให้แล้ว ส่วนใหญ่จะมีซอฟต์แวร์มาให้ด้วยครับ ซอฟต์แวร์ต่างๆ เหล่านี้ จะมาทำหน้าที่ในการจัดการไดรฟ์ให้ใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์ เช่น การกำหนดรหัสผ่าน การกำหนการเข้ารหัสข้อมูล การฟอร์แมตไดรฟ์ การจัดการป้องกันไดรฟ์ เป็นต้น แต่ถ้าเป็นไดรฟ์ที่มีความสามารถอื่นๆ ร่วมด้วย ก็อาจจะใส่ซอฟต์แวร์ที่จะเข้ามาจัดการความสามารถนั่นๆ เพิ่มเติมมาให้ เช่น โปรแกรมแปลงออดิโอซีดีเป็นไฟล์เอ็มพี สาม ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการเรื่องการ บันทึกเสียง เป็นต้น
แถมมาทีไร ไม่ทำหายก็ลบทิ้งทุกที บางครั้งก็สงสัยมันต้องใช้ด้วยเหรอ
การรับประกัน               การรับประกันทั่วๆ ไป อยู่ที่ 1 ปี พร้อมเงื่อนไขอีกมากมาย ลองอ่านสักหน่อยจะได้ไม่เสีย ผลประโยชน์และถ้าข้อมูลของคุณสำคัญ ก็จัดการแบ็กอัพเก็บไว้ที่อื่น ๆ ด้วย ก็จะดีที่สุด ของแบบนี้ไว้ใจกันไม่ค่อยได้
ยี่ห้อไหนก็ได้ที่รับประกัน ตลอดอายุการใช้งาน
( รับประกันตลอดอายุการใช้งาน บางทีอาจใช้คำว่า lifetime หรือ LT)
ขอบคุณข้อมูลจาก http://asd.in.th/buyin-flash-drive/                                                                                     และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com